การสื่อสารข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
ระบบข่ายงานระยะใกล้ (Local Area Network :LAN)
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลถ้าไม่มีการเชื่อมต่อไปยังเครื่องอื่นเรียกว่า stand alone
แต่ถ้ามีการเชื่อมต่อโดยใช้สายเคเบิลเชื่อมโยงภายใน ระยะใกล้ เช่น ในอาคารหลังเดียวกัน
หรือภายในโรงเรียนเดียวกัน มีประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์
เก็บรวบรวมและใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกันได้ เรียกว่า
ระบบข่ายงานระยะใกล้ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ระบบ Lan ซึ่งได้รับความนิยมมากเพราะ
สามารถช่วยให้การปฏิบัติงานในองค์กรสะดวกรวดเร็ว ถ้ามีการวางแผนการใช้ข้อมูลร่วมกัน
อย่างเป็นระบบจะลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลได้มาก อย่างไรก็ตาม ระบบ Lan
จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราไม่สามารถจัดระบบการใช้ข้อมูลร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ
อุปกรณ์ที่จำเป็นของระบบ Lan
คอมพิวเตอร์ 1 ชุด สำหรับทำเครื่องแม่ (Server)
แผงวงจรเชื่อมต่อเพิ่มเข้าไปทุก ๆ เครื่องที่เรียกว่า Lan card
สายสัญญาณ ข้อต่อสายแบบต่าง ๆ
Network Operating System สำหรับควบคุมข่ายงาน เช่น Netware , NT , Linux
โปรแกรมระบบงานองค์กร เช่น โปรแกรมระบบบริหารงานโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก
เพราะถ้าไม่มีโปรแกรมนี้ ระบบ lan ก็จะไม่มีความหมายและไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำระบบ
ระบบข่ายงานระยะไกล (Wide Area Network : WAN)
เป็นระบบที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากระบบ Lan ไปยังวงอื่น ๆ ที่อยู่ระยะไกล
โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ และมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณที่เรียกว่า Modem
นอกจากนี้ยังต้องมีโปรแกรมจัดการให้คอมพิวเตอร์แต่ละวงสื่อสารกันได้ และ
ใช้ข้อมูลร่วมกัน
ระบบ Internet
จากระบบ WAN ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดต่อระยะไกล ถ้าระบบ WAN
ระบบใดก็ตามสามารถให้ระบบอื่น ๆ สามารถเข้ามาเชื่อมต่อได้โดยอิสระ
หรือมีเส้นทางออกไปสู่ Super Highway เป็น International ระบบเชื่อมต่อ
เหล่านี้จะเป็นระบบ Internet ทันที ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกใระบบนับเป็นล้าน ๆ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทุกระบที่ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ International เรียกว่า
Gateway จะเชื่อมต่อกับทางเดินสัญญาณข้อมูลที่สามารถจะเชื่อมต่อไปทั่วโลก
และคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นซึ่งจะมีศูนย์บริการกระจายอยู่ทั่วไปแต่ละจังหวัด
แต่ละท้องที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการให้ Lan วงอื่น ๆ เชื่อมต่อ หรือให้คอมพิวเตอร์
ส่วนบุคคลเชื่อมต่อเพื่อออกสู่ Internet
แนวดำเนินงาน
1. วงที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการ ISP (Internet Service Provider) จะเช่าสายโทรศัพท์
ซึ่งเรียกว่า Leased line ที่สามารถรองรับข้อมูลได้มาก ตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์
ที่เรียกว่า Modem และหมายเลขโทรศัพท์มากน้อยตามความสามารถในการใช้บริการ
2. วง Lan อื่น ๆ หรือเครื่องส่วนบุคคลจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของ ISP และเสียค่าบริการ
ซึ่งอาจตกลงกันเป็นรายเดือน รายปี หรือนับชั่วโมงการใช้งาน
3. ค่าใช้จ่ายโทรศํพท์ของสมาชิกจะจ่ายตามอัตราค่าบริการท้องถิ่น เช่น ครั้งละ 3 บาท
4. ใช้โปรแกรมติดต่อสื่อสารที่ใช้เป็นระบบสากล เช่น Netscape Communicator หรือ
Internet Explorer Internet ได้กลายมาเป็นส่วนหนี่งในชีวิตประจำวันของคนบางคน
บางกลุ่มแล้ว เราสามารถทราบข่าวสารเกี่ยวกับ Internet ได้จากหนังสือพิมพ์รายวัน
วารสารที่เกี่ยวข้อง รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ การที่ระบบ Internet กลายมาเป็น
ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนบางคน บางกลุ่มได้นั้น เป็นผลของการเจริญเติบโตของ
ระบบที่เรียกว่า "เวิลด์ไวด์เว็บ" (World Wide Web) ซึ่งมีวัตถุประสงค์มุ่งทำให้การใช้งาน
ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายง่ายยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนความยุ่งยาก ประโยชน์ที่ได้รับจาก Internet
ในระบบเครือข่าย Internet มีบริการในรูปบบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่น
E-mail (Electronic mail)
FTP (File Transfer Protocol)
Telnet (Remote login) ท Talk (Conversation on screen)
WAIS (Searching Database)
WWW (World Wide Web)
Archie (Finding Files)ในที่นี้จะกล่าวถึง บริการที่เป็นพื้นฐานและเป็นที่นิยมในการใช้งานบน Internet ได้แก่
E-mail (Electronic Mail) เป็นบริการในรูปแบบเช่นเดียวกับการรับส่งจดหมาย แต่ต่างกันที่ให้บริการผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีการใช้โปรแกรมสำหรับรับ-ส่ง mail และต้องรู้ที่อยู่ของผู้รับปลายทาง
ซึ่งจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
1. ชื่อผู้รับ
2. สัญญลักษณ์ทาง E-mail คือ @
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ E-mail สาธารณะมากมาย
เราสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ฟรี ซึ่งจะได้รับที่อยู่ (E-mail Address) สามารถ
นำไปใช้ในระบบ Internet ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง รูปแบบของ E-mail เช่น
region8@loxinfo.co.th เป็น mail ของบริษัท loxinfo
jongpop@hotmail.com เป็น mail ของศูนย์บริการ Hotmail.comข้อดีของ E-mail เมื่อเปรียบเทียบกับการส่งจดหมายธรรมดา และ Fax คือ
1. ความเร็วของการส่ง E-mail ใช้เวลาในการเดินทางถึงปลายทางไม่ถึง 1 นาที ในขณะ ที่จดหมายธรรมดาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน
2. การเก็บรักษาความลับ E-mail ที่ส่งถึงผู้รับปลายทางจะถูกเก็บลงใน mail box ของผู้รับแต่ละคน ซึ่งผู้อื่นไม่สามารถเปิดอ่านข้อความที่ส่งไปได้ นอกจากผู้รับที่เป็นเจ้าของเท่านั้น
ในขณะที่จดหมายธรรมดา หรือ Fax มีโอกาสที่จะถูกผู้อื่นเปิดอ่านก่อนถึงมือผู้รับจริง ๆ ได้
3. ความแน่นอนของ E-mail ที่ส่งออกไป หากไม่ถึงผู้รับปลายทางก็จะถูกส่งกลับมายังผู้ส่งโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ส่งทราบว่า E-mail เดินทางถึงผู้รับหรือไม่
4. คุณภาพของข้อมูล ผู้รับสามารถอ่านข้อความของ E-mail ได้จากจอภาพคอมพิวเตอร์ หรือจะให้พิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็ได้
5. ข้อมูลที่จะส่งทาง E-mail สามารถส่งได้ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว
ซึ่งผู้รับสามารถเปิดอ่าน ฟัง หรือ ดูได้ในทันที ุ Talk (Conversation on screen)
เป็นการสนทนาแบบ Real time ผ่านทางคอมพิวเตอร์ โดยการพิมพ์ข้อความบนจอภาพแลกเปลี่ยนกับผู้ใช้อีกคนหนึ่งที่กำลังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
อยู่ในขณะนั้นได้ ทั้งนี้ผู้ใช้จำเป็นต้องมีโปรแกรมสำหรับสนทนาโดยเฉพาะICQ เป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสารแบบ Real time ที่นิยมกันมากที่สุดในขณะนี้
พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Mirabilis ประเทศสหรัฐอเมริกามีความสามารถสูงสามารถตรวจสอบได้ว่า
คู่สนทนาที่ต้องการกำลัง Online หรือ Offline อยู่ นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งไมโครโฟน
หรือกล้อง VDO เพื่อสนทนากันแบบโทรศัพท์และดูภาพได้ด้วยWorld Wide Web
World Wide Web หรือ WWW หรือ W3 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Web เป็นรูปแบบหนึ่งของระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายข่าวสาร ใช้ในการค้นหา
ข้อมูลข่าวสารบน Internet จากแหล่งข้อมูลหนึ่ง ไปยังแหล่ง ข้อมูลที่อยู่
ห่างไกล ให้มีความง่ายต่อการใช้งานมากที่สุด WWW จะแสดงผลอยู่ใน
รูปแบบของเอกสารที่เรียกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) ซึ่งเป็นฐาน
ข้อมูลชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมข่าวสารข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายในที่
ต่าง ๆ ทั่วโลกให้สามารถนำมาใช้งานได้เสมือนอยู่ในที่เดียวกัน คล้ายกับ
เส้นใยแมงมุมที่ถักถอเส้นสายเชื่อมโยงกันไปมา เส้นใยจำนวนมากเหล่านี้
จะถูกจัดวางทับกัน มีจุดเชื่อมต่อที่ทำให้ตัวแมงมุมสามารถที่จะเดินทาง
ไปยังจุดใด ๆ บนเส้นใยเหล่านี้ได้ซึ่งเป็นที่มาของ W ตัวที่สาม คือ Web
นั่นเอง Hyper Text ที่ถูกสร้างขึ้นจะอยู่ในรูปของแฟ้มเอกสาร HTML
ซึ่งเป็นลักษณะของ Document file ที่มีการกำหนดคุณสมบัติ markup
ของเว็บเพจ เข้าไป แต่ยังไม่สามารถแสดงผลข้อมูลออกมา ให้ใช้งานได้
โดยตรงถ้าต้องการดูข้อมูลที่เกิดจากการสร้างจะต้องผ่านโปรแกรมที่ทำ
หน้าที่แปลคำสั่งนั้นก่อนเราเรียกโปรแกรมที่ทำหน้าที่นี้ว่า
"โปรแกรมเว็บเบราเซอร์" (Web Browser Program) หน้าที่หลักของ โปรแกรมคือเป็นตัวแปลคำสั่งของไฮเปอร์เท็กซ์แล้วแสดงผลออกมาเป็น
รูปภาพ เสียง ข่าวสารและข้อมูล โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ มีมากมายหลาย
โปรแกรม เช่น Mosaic , Netscape Comunicator , Internet Explorer
Opera ปัจจุบันโปรแกรม Mosaic ไม่ค่อยมีผู้นิยมใช้แล้ว ตัวอย่างการเรียก
ใช้ข้อมูล ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Netscape Comunicator
เทคโนโลยี Internet กับการนิเทศการศึกษา
เราสามารถนำระบบเครือข่าย Internet มาประยุกต์ใช้กับการนิเทศการศึกษาได้หลากหลาย
และเกือบจะนับว่า Internet มีความจำเป็นอย่างยิ่งในระบบการศึกษาปัจจุบัน และในอนาคต ทั้งนี้จะเห็นได้จากสถาบันการศึกษาเกือบทุกสถาบัน ทั้งในระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา หรือ
แม้แต่ประถมศึกษา ได้มีการนำเทคโนโลยี Internet มาใช้ประกอบการเรียนการสอน และ นำมาเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้สำหรับครู-อาจารย์ มากขึ้นโดยลำดับ บางสถาบัน
ได้กำหนดให้มีการลงทะเบียนเรียน แจ้งผลการเรียน หรือแม้กระทั่งเรียนผ่านทาง Internet
แล้ว ขณะนี้โรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา ส่วนใหญ่สามารถที่จะเชื่อมต่อใช้งาน Internet
ได้แล้วจากโครงการ SchoolNet และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้น การนิเทศการศึกษาจึงไม่ควรจำกัดเฉพาะการนิเทศโดยตรงเท่านั้น
การนำเทคโนโลยี Internet มาประยุกต์ใช้กับการนิเทศการศึกษา จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะทำให้การนิเทศการศึกษาขยายขอบข่ายได้กว้างขวางขึ้น
การนำเทคโนโลยี Internet มาประยุกต์ใช้ในการนิเทศ อาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น
1. การสร้าง Web page เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการนิเทศ และข้อมูลเทคนิคเกี่ยวกับการเรียนการสอนต่าง ๆ
2. การใช้ E-mail สำหรับตอบปัญหาในด้านการจัดการเรียนการสอนของครู-อาจารย์และนักเรียน 3. การใช้โปรแกรมที่สามารถติดต่อแบบ Real time เช่น ICQ ตอบปัญหาข้อข้องใจของครู-อาจารย์ และ นักเรียน หรือใช้สำหรับประชุมทางไกล
4. การสร้างชุดการสอน หรือ CAI บน Internet ในรูปแบบของ Web pageการสร้าง Web page วิธีการนี้เหมาะสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
หรือเพื่อประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ผู้ที่จะสร้าง Web pageได้จะต้องเป็นผู้มีความรู้ทางการเขียน
โปรแกรม ภาษา HTML (Hypertext Markup Languaqe) บ้างพอสมควร ปัจจุบัน Web page ของไทยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามีอยู่มากมาย เช่นWeb site ของ โรงเรียนต่าง ๆ ในโครงการ SchoolNet
Web site ของกระทรวงศึกษาธิการ , กรมสามัญศึกษา , หน่วยศึกษานิเทศก์
Web site ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หมายเหตุWeb page หมายถึง หน้าเอกสารแต่ละหน้าที่แสดงผ่านทาง Browser
Home page หมายถึง Web page หน้าแรกของเอกสารที่แสดงผ่านทาง Browser
Web site หมายถึง ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงผ่านทาง Browser ซึ่งประกอบด้วย Home page
และ Web page ทั้งหมด Web site เหล่านี้ ผู้สร้างสามารถกำหนดให้ผู้ใช้หรือผู้เยี่ยมชม
สามารถสำเนาข้อมูล แฟ้มเอกสาร หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ไปใช้งานได้ หรือกำหนดให้ส่ง
E-mail ถึงเจ้าของหรือผู้ดูแลระบบได้ทันทีดังนั้น วิธีการนิเทศในรูปแบบของการใช้ Web page สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในกรณีที่ต้องการเผยแพร
่เอกสารทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน
หรือนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ได้ E-mail กับการนิเทศ
ศึกษานิเทศก์ สามารถให้การนิเทศได้ทั้งทางตรง และ
ทางอ้อม การนิเทศทางอ้อมที่ประหยัด รวดเร็ว ไม่จำกัด
ช่วงเวลา ได้แก่การใช้ E-mail ในการติดต่อสื่อสาร ซี่ง
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่จะประยุกต์นำไปใช้ เพราะ E-mail ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเขียนจดหมายโต้ตอบกันเท่านั้น
แต่ยังสามารถที่จะส่งแฟ้มเอกสาร แฟ้มรูปภาพ และแฟ้ม
ข้อมูล ต่าง ๆ ได้อีกด้วย การใช้โปรแกรมที่ติดต่อกันแบบ
Real time เช่น โปรแกรม ICQ เราสามารถใช้โปรแกรม ICQ
ให้เป็นประโยชน์ต่อการนิเทศก์ ได้ในลักษณะเดียวกับ E-mail
ครู-อาจารย์ หรือนักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน สามารถที่จะพูดคุยโต้ตอบกันได้ทันที และสามารถสื่อสารพร้อมกัน
ได้หลาย ๆ คนการสร้างชุดการสอน หรือ CAI บน Internet เราสามารถสร้างชุดการสอน
หรือ CAI เพื่อใช้งานผ่านเครือข่าย Internet ได้โดยง่าย โดยพัฒนาให้อยู่ในรูปของ
Web page ซึ่งสามารถใช้ได้กว้างขวางกว่าการสร้างสื่อ CAI ในรูปแบบอื่น ตัวอย่างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในรูปแบบของ Web page[ Home ]